Privacy Notice/ คำประกาศการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

Summit Capital Website

บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง (จำกัด) (บริษัทฯ) ในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น นอกจากความยินดีในการให้บริการผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้ว บริษัทฯยังให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าว่าต้องได้รับการดูแลและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีการกำหนดนโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการคุ้มครองและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯได้รับจะได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  1. ที่มาและความสำคัญของคำประกาศความคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ตามที่บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายเรื่องการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทฯ จึงจัดทำประกาศความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงรายละเอียดของเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร
    1. ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมที่ทำให้สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้
      1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้แก่บริษัทฯ โดยตรง ทั้งที่ได้จากการใช้บริการผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทฯ การติดต่อ การเข้าชมเว็บไซต์ การค้นหา ผ่านช่องทางดิจิทัล ช่องทางออนไลน์ สาขา เว็บไซต์ Call Center ตัวแทน ผู้ได้รับมอบหมาย หรือช่องทางอื่นใด
      2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่น หน่วยงานของรัฐ คู่ค้าทางธุรกิจ บริษัทข้อมูลเครดิต แหล่งข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งบริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านเจ้าของข้อมูลตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่เป็นความจำเป็นเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไม่ต้องขอความยินยอม
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ และข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้างที่บริษัทฯ จัดเก็บและรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจทำการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย เช่น
    - ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง
    - ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์
    - ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP Address MAC Address Cookie ID
    - ข้อมูลอื่นๆ เช่น ประวัติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  4. วัตถุประสงค์การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทฯ จะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ในการให้บริการและ/หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าแก่การบริการและ/หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตลอดจนเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายใดๆ ที่บริษัทฯ หรือท่านอยู่ภายใต้การบังคับกฎหมายนั้น และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ระบุในคำประกาศฉบับนี้ ดังนี้
    1. เพื่อการให้บริการหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่ตรงต่อวัตถุประสงค์ของท่าน และเพื่อการอื่นที่จำเป็นภายใต้กฎหมาย
      1. เพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทฯ ได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ หรือเพื่อการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท (Contractual Basis) เช่น
        (1) การพิจารณาอนุมัติ การให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการของบริษัท เช่น การขอสินเชื่อส่วนบุคคล การขอสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ การสนับสนุนข้อมูลเพื่อการประกันภัย การบริการทางทะเบียน การชำระเงินใดๆ
        (2) การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการต่างๆ เช่น การประมวลผล การติดต่อ การแจ้ง การมอบงานให้แก่บุคคลซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอก การโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ การแจ้งเตือนชำระหนี้หรือต่ออายุผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่างๆ การติดตามทวงถามหนี้
      2. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับ (Legal Obligation) เช่น
        (1) การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
        (2) การปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้บังคับของธนาคารแห่งประเทศไทย กฎหมายประกันวินาศภัย กฎหมายภาษีอากร กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินและแก่การก่อการร้ายและแพ่ขยายของอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง กฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายล้มละลาย และกฎหมายอื่นๆที่บริษัทฯ อยู่ภายใต้การบังคับ รวมถึงประกาศหรือระเบียบที่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว
      3. เพื่อการดำเนินการที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น (Legitimate Interest) เช่น
        (1) การบันทึกเสียงทาง Call Center การบันทึกภาพ CCTV การแลกบัตรเข้าสำนักงาน
        (2) การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น การจัดการเรื่องร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจ การดูแลลูกค้าโดยพนักงานของบริษัทฯ การแจ้งเตือนการบริการที่เกี่ยวกับกับบริการและ/หรือผลิตภัณฑ์เดิมที่ท่านมีอยู่เพื่อประโยชน์ของท่าน
        (3) การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การบริหารจัดการภายในองค์กร เป็นต้น
  5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อการติดต่อการดำเนินการทางธุรกิจ การวิเคราะห์ การให้บริการและ/หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจมีการเปิดเผยข้อมูลของท่านแก่ผู้อื่น ภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้กฎเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ โดยบริษัทฯ จะทำการตรวจสอบบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่เป็นผู้รับข้อมูลให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม โดยบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคล นิติบุคค หรือหน่วยงานต่างๆ เช่น คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก ผู้ให้บริการภายนอก บริษัทข้อมูลเครดิต ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย นิติบุคคลหรือบุคคลใดที่มีสัญญาระหว่างบริษัทในการดำเนินการทางธุรกิจอย่างใด เป็นต้น
  6. ระยะเวลาการจัดเก็บ
    บริษัทฯ จะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น ระยะเวลาการเก็บตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือการจัดเก็บตามระยะเวลาในการพิสูจน์หรือตรวจสอบกรณีข้อพิพาทภายในอายุความที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้ บริษัทฯ จะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
  7. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทฯ มีการกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยการจัดทำนโยบายเรื่องการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งประกาศใช้ภายในบริษัทฯ ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวมีผลบังคับแก่พนักงานทุกระดับไปจนถึงผู้บริหาร โดยนโยบายดังกล่าวมีการกำหนดนโยบาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรการการส่งออก-รับเข้าข้อมูลส่วนบุคคล มาตรการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
  8. สิทธิของลูกค้าเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามกฎหมายที่บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดตลอดจนหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด
    1. สิทธิขอถอนความยินยอม : ในกรณีที่ท่านได้ในความยินยอมไว้แก่บริษัทฯ ในการที่จะเก็บ รวบรวม เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ให้ไว้ก่อนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้หรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิตามกฎหมายที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นตามกฎหมายหรือสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาอยู่ด้วย
    2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ และมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวแก่ท่าน รวมถึง ขอให้บริษัทฯ เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามรูปแบบที่บริษัทฯ จัดเก็บโดยรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้ง มีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปยังผู้ประมวลผลหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค
    4. สิทธิขอคัดค้าน : ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเวลาใดก็ได้ เว้นแต่เมื่อการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยนั้นเพื่อดำเนินการที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือวัตถุประสงค์ที่ท่านเป็นคู่สัญญาแต่เดิม
    5. สิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเห็นว่า บริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์เดิม หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือสิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
    6. สิทธิขอแก้ไขข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด
    7. สิทธิร้องเรียน : ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อบริษัทฯ หากพบว่าการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  9. ช่องทางการติดต่อ
    หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย รวมถึงข้อสงสัยอื่นใดเกี่ยวกับคำประกาศการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางดังนี้
    - Call Center: โทร 02-107-2222
    - สถานที่ติดต่อ: 968 ชั้น 11 อาคารอื้อจือเหลียง ถนนพระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500